วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ใบงานที่6 เรื่อง ซอฟแวร์ (Software)


คำชี้แจง  จงหาคำตอบแล้วเขียนคำตอบใส่ลงไปใน blog ของตนเอง
1. ให้นักเรียนเขียนชื่อซอฟต์แวร์ระบบ
1.4BeOS
2.
เติมตัวอักษร
ศัพท์
โจทย์ความหมาย
Windows 2003  Server
เป็นโปรแกรมที่ควบคุมการนำเข้าและการส่งออก หรือการดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์

disk cleanup, defrag,
ประกอบด้วยโปรแกรม 4 ชนิด คือ ระบบปฏิบัติการ  ยูทิลิตี้ 
ไดรเวอร์   ตัวแปลภาษา
NOD32, Norton Antivirus
ซอฟต์แวร์ระบบที่เป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน แต่ต้องค่าลิขสิทธ์
ซอฟต์แวร์ระบบ
ระบบปฏิบัติการที่ใช้บนโทรศัพท์มือถือ
โปรแกรมบีบอัดไฟล์
ซอฟต์แวร์ระบบประเภทยูทิลิตี้โปรแกรม


Linux
ระบบปฏิบัติการที่ใช้ติดตั้งบนเครื่องแม่ข่ายเพื่อให้บริการทรัพยากร
Windows  Vista
ซอฟต์แวร์ประยุกต์สำหรับงานเฉพาะด้าน
ระบบปฏิบัติการแบบฝังตัว
โปรแกรมสำหรับการสำรองข้อมูล
ระบบปฏิบัติการแบบเครือข่าย
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ใช้กับงานทั่วไป
ยูทิลิตี้
โปรแกรมสำหรับการให้บริการ Web, Mail  , FTP     Server
ซอฟต์แวร์ระบบ
ซอฟต์แวร์ระบบที่ใช้ได้ฟรีไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธ์


โปรแกรม Backup
โปรแกรมสำหรับกำจัด   ตรวจสอบไวรัส
Word , Excel ,PowerPoint
โปรแกรมสำหรับการลดขนาดของไฟล์ในการจัดเก็บ
โปรแกรมงานทะเบียน
เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ให้บริการกับเครื่องลูกข่าย

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เค้กมะพร้าวออ่น

เค้กมะพร้าวอ่อน

เค้กมะพร้ามอ่อน !!! รู้สึกว่าผลไม้เกือบทุกชนิดเนี๊ยะ เอามาทำขนมเค้กได้ทั้งนั้นเลย อิอิ น่ากินๆๆอีกแล้ว มีหวังอ้วนก็คราวนี้แหละ อยากรู้วิธีทำกันแระยังเอ่ย ไปลองทำกันเลยค่ะ
  • ส่วนผสม 1 แป้งเค้ก 45 กรัม
    ผงฟู 1/4 ช้อนชา
    น้ำตาลทรายป่น 27 กรัม
    เกลือ 1/8 ช้อนชา
  • ส่วนผสม 2 ไข่แดงเบอร์สอง 2 ฟอง
    กะทิ 16.5 กรัม
    น้ำมันพืช 16.5 กรัม
    น้ำมะพร้าว 12 กรัม
  • ส่วนผสม 3 ไข่ขาวเบอร์สอง 2 ฟอง
    ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/8 ช้อนชา
    น้ำตาลทรายป่น 27 กรัม

วิธีทำ
  • ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู เกลือ น้ำตาลป่นเข้าด้วยกัน พักไว้
  • ในชามอีกใบผสมไข่แดง น้ำมันพืช กะทิ น้ำมะพร้าว ตีให้พอเข้ากัน เทส่วนผสมที่ 2 ลงในส่วนผสมที่ 1 คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี พักไว้
  • ใน ชามที่สะอาดตีไข่ขาวกะครีมออฟทาร์ทาร์ให้เป็นฟอง จากนั้นค่อยๆทะยอยใส่น้ำตาลป่นลงไป ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน แบ่งส่วนผสมไข่ขาวออกเป็น 3 ส่วน นำไข่ขาวลงไปตะล่อมกะส่วนผสม 1+2 อย่างเบามือทีละส่วน ทำแบบนี้จนหมดไข่ขาว
  • เท ส่วนผสมที่ได้ลงในพิมพ์ขนาด 1 ปอนด์ กระแทกพิมพ์ 1 ครั้ง นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 C อบด้วยไฟล่าง นาน 15-20 นาที พอสุกแล้วนำออกจากเตา กระแทกพิมพ์แรงๆ 1 ครั้งๆ นำเค้กออกจากพิมพ์ พักไว้ให้เย็น
ส่วนผสมไส้ครีมมะพร้าวอ่อน
นม ข้นจืด 62.5 กรัม กะทิ 62.5 กรัม น้ำมะพร้าวอ่อน 75 กรัม น้ำตาล 25 กรัม แป้งกวนไส้ 15 กรัม เกลือ 1/8 ช้อนชา เนยสด 15 กรัม เนื้อมะพร้าวอ่อน 1 ลูก
นำ นมข้นจืด กะทิ น้ำมะพร้าวอ่อน น้ำตาล แป้งกวนไส้ เกลือ ใส่ชาม คนให้เข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟแบบ double-boiling คนส่วนผสมไปในทางเดียวกันตลอดเวลา จนกระทั่งแป้งสุก ส่วนผสมข้น ยกลงจากเตา ใส่เนยกับเนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปคนให้เข้ากัน พักไว้ให้ส่วนผสมเย็นแล้วจึงนำไปทาบนเนื้อเค้ก

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี

ชลบุรี  เมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับโลกที่หลากหลายเกินใจคิด  เดินทางไปเยี่ยมเยือนสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์   วัด  วัง   ดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติ  ผืนไพร  และสัตว์ป่า   ใครชื่นชอบกิจกรรมสนุกๆที่นี่ก็มีพร้อม  หรือจะปล่อยใจไปกับโชว์สุดอลังการระดับโลก  และเดินช็อปปิ้งสุดสนุก   มีเพียงชลบุรีเท่านั้นที่จะพาคุณไปพบประสบการณ์ทั้งหมดนั้นได้... 
1. วัดใหญ่อินทาราม  เดิมชื่อ “วัดหลวง” เป็นวัดสำคัญเก่าแก่คู่เมืองชลบุรี  สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย  ในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างชั้นครูที่งดงามมาก  สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์  ทรงตรัสชมว่า  “ฝีมืองามมาก  อย่าให้ซ่อมแซมเป็นอันขาด”  โดยเฉพะภาพจิตรกรรมฝาผนังเหนือขอบหน้าต่างเป็นภาพเทพชุมนุม  ส่วนที่ผนังสองด้านเขียนเรื่องทศชาติชาดก  พระเวสสันดรชาดก  และยังมีพลับพลาตรีมุข  สร้างด้วยไม้ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อสำริดทรงเครื่องกษัตริย์  เรียกกันว่า “หลวงพ่อเฉย”  ถ้าเป็นไปได้  ควรไปเที่ยวชมวัดนี้ในวันพระ  เพราะถ้าเป็นวันธรรมดา  ต้องติดต่อขอกุญแจโบสถ์จากเจ้าอาวาส  นอกจากนี้ยังมีพระนักวิชาการพานำชมและอธิบายให้ความรู้ด้วย
ที่ตั้ง : อยู่กลางเมืองชลบุรี  จากถนนสุขุมวิท  เลี้ยวเข้าตัวเมืองชลฯ  ที่สี่แยกเฉลิมไทย  เข้าสู่ถนนโพธิ์ทอง  แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเจตน์จำนงค์  วัดอยู่ทางด้านซ้ายมือ  ก่อนถึงสี่แยกตัดกับถนนอัครนิวาส (สี่แยกท่าเกวียน)  หน้าวัดมีลานจอดรถกว้างขวาง
การเดินทาง : ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัว  สามารถขึ้นรถสองแถวสายรอบเมืองชลบุรีได้
เวลาทำการ : เที่ยวชมได้ตั้งแต่เวลาประมาณ  08.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม
ติดต่อ : โทร. 0-3827-5844

 
2. 
หาดบางแสน  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยมาช้านาน  มีถนนตัดเลียบหาดเคียงคู่ไปกับทิวมะพร้าว   ถัดเข้าไปมีร้านอาหาร  ร้านขายของที่ระลึก  และที่พักเรียงรายอยู่จำนวนมาก  นักท่องเที่ยวนิยมไปนั่งพักผ่อนชมทิวทัศน์ทะเลกันบนเก้าอี้ผ้าใบบนชายหาด  พร้อมมีบริการห่วงยางให้เช่าว่ายน้ำ  มีเรือบานาน่าโบ๊ต  จักรยานให้เช่า  และห้องอาบน้ำจืด  ทุกวันหยุดหาดบางแสนจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว  เนื่องจากเป็นชายหาดขนาดใหญ่ที่ใกล้กรุงเทพฯมากที่สุด  จึงสามารถเดินทางแบบไปเช้า-เย็นกลับได้
 บางแสนเริ่มเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2486  จนถูกขนานนามว่า “บางแสนดินแดนสุขี”  มีผู้เดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมาก  จนครั้งหนึ่งบางแสนเคยทรุดโทรม  ผิดกับปัจจุบันที่ได้รับการดูแลจัดระเบียบอย่างดี  จึงกลายเป็นชายหาดที่สะอาด  น่าเที่ยวในทุกฤดูกาล  โดยหาดบางแสนนี้มีความยาวต่อเนื่องกันถึง 4.5 กิโลเมตร  แบ่งออกเป็น 3 ส่วน  คือ  หาดบางแสน  เป็นช่วงกลางของหาดและเป็นจุดที่นิยมลงเล่นน้ำกัน  ถัดมาคือ  แหลมแท่น  เป็นช่วงเหนือสุดของหาด  มีโขดหินสวยงาม  ลงเล่นน้ำไม่ได้  และส่วนสุดท้ายคือ  หาดวอนนภา  เป็นชายหาดตอนใต้สุด  บรรยากาศเงียบสงบ  มีหมู่บ้านประมงพื้นถิ่นเล็กๆ กระจายอยู่ห่างๆ กัน
ที่ตั้ง : อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรี 14 กิโลเมตร  ที่ตำบลแสนสุข  แยกขวาจากถนนสุขุมวิท   ตรงหลัก กม. 104 เข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร
การเดินทาง : ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัว  สามารถขึ้นรถสองแถวได้ที่ตลาดหนองมนเข้าสู่หาดบางแสน  มีรถวิ่งตลอดวัน
เวลาทำการ :  เที่ยวชมได้ตลอดเวลา
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

3. เขาสามมุข เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงควบคู่กับหาดบางแสน เป็นทั้งที่ตั้งของศาลเจ้าแม่สามมุขอันศักดิ์สิทธิ์  และเป็นจุดชมวิบนยอดเขาสูงที่มีฝูงลิงอาศัยอยู่จำนวนมาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ไปเล่นน้ำที่หาดบางแสน  ก่อนกลับบ้าน  มักจะแวะเที่ยวที่นี่เช่นกัน  อีกทั้งยังเป็นบริเวณที่มีร้านอาหารทะเลอร่อยๆอยู่หลายร้าน
 ศาลเจ้าแม่สามมุข  เป็นศาลเจ้าจีนที่ตั้งอยู่ภายใต้หลืบผาหิน  บริเวณเชิงเขาสามมุขด้านทิศเหนือหันหน้าออกสู่ทะเล  โดยย้ายมาจากบริเวณด้านตะวันตกของเขาสามมุข  ศาลแห่งนี้มักมีผู้คนแวะมากราบไหว้ขอพร  และบนบานกันอยู่เสมอ  โดยผู้ที่ได้รับผลสำเร็จตามคำขอจะแก้บนโดยการจุดประทัด  และซื้อสร้อยมุขมาถวายแด่รูปปั้นเจ้าแม่  นับเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชาวจีน  ฮ่องกง  และไต้หวัน  นิยมปฏิบัติกันมาก  ชั้นบนของศาลเจ้าแม่ฯ เป็นวิหารพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ให้สักการะ  บริเวณหน้าวิหารมีระเบียงชมวิวทะเลด้วย
 จุดเด่นอีกอย่าง คือ  ฝูงลิงป่า  ที่อาศัยอยู่บนเขาหินลูกนี้มาแต่เดิม  พวกมันมักจะออกมาอวดโฉมเพื่อขออาหารกันอยู่ตลอดวัน  ลิงป่าที่นี่มีจำนวนนับพันตัว  และบางตัวค่อนข้างดุ  จึงต้องระวังด้านความปลอดภัยด้วย
ที่ตั้ง : อยู่บริเวณแหลมสามมุข  จากอ่างศิลาไปตามทางหลวงหมายเลข 3134 อีกราว 3 กิโลเมตร  พบป้ายบอกทางไปเขาสามมุข  เลี้ยวขวาไปตามป้ายอีก 1 กิโลเมตร  จนถึงศาลเจ้าแม่สามมุข  หรือถ้ามาจากหาดบางแสน  ใช้ถนนเส้นเลียบหาดมุ่งตรงสู่แหลมแท่น  จะมีป้ายบอกทางไปตลอด  ห่างจากหาดบางแสนราวๆ 2 กิโลเมตร
การเดินทาง : เขาสามมุขไม่มีรถสองแถวผ่าน  จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก  หรือไม่ต้องเช่ารถสองแถวจากตลาดหนองมนให้ไปส่ง  แล้วรอรับกลับก็ได้
เวลาทำการ : เขาสามมุขเป็นพื้นที่สาธารณะ  จึงผ่านไปชมได้ตลอดเวลา  แต่กลางคืนค่อนข้างเปลี่ยว  นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนและกราบไหว้ศาลเจ้าแม่สามมุขในเวลากลางวัน  จนถึงเวลาประมาณ 18.00 น.
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

4. สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นป่าแห่งเดียวของชลบุรี  ดำเนินงานโดยองค์การสวนสัตว์   
นักท่องเที่ยวจะได้ชมสัตว์มากถึง 300 ชนิด  ทั้งสัตว์ของไทยและจากต่างประเทศ  ไม่ว่าจะเป็นช้าง  กระทิง  วัวแดง  ฮิปโปโปเตมัส  ชะนี  ค่าง  ลิงลม (นางอาย)  ม้าลาย  ยีราฟ  นกกระจอกเทศ  ไฮยีน่า  เสือ  สิงโต  กวางดาว  ละมั่ง  แพะภูเขา  เลียงผา  หมี  นกยูง  นกกระเรียน  นกเงือก  ฯลฯ  ซึ่งสัตว์ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กว้างขวาง มีการจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นธรรมชาติเหมาะแก่อุปนิสัยของสัตว์นั้นๆ  และสามารถให้นักท่องเที่ยวเดินชมได้อย่างใกล้ชิด  แต่ก็ยังมีบางส่วนอยู่ในกรงเพื่อกันการหลบหนี  และเพื่อความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยวเอง
 สวนสัตว์เปิดเขาเขียวจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2517  โดยฟื้นฟูสภาพป่าเขาเขียวที่เสื่อมโทรมขึ้นมาใหม่  จากนั้นได้นำสัตว์บางส่วนจากสวนสัตว์ดุสิตมาปล่อยเลี้ยงไว้ตามสภาพธรรมชาติ  แล้วเริ่มเปิดให้คนเข้าชมเมื่อปี พ.ศ. 2521  ปัจจุบันมีเนื้อที่กว่า 5,000 ไร่  นับเป็นสวนสัตว์เปิดที่มีเนื้อที่มากที่สุดในโลก  แบ่งออกเป็นส่วนวิจัยและศึกษาพันธุ์สัตว์ป่าหายาก   สวนสัตว์เปิด  และส่วนบริการ

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่นี่ คือ  “สวนนก”  ซึ่งสร้างขึ้นด้วยโครงเหล็กขนาดใหญ่คลุมด้วยตาข่าย  กินพื้นที่ถึง 5 ไร่   ภายในมีเส้นทางเดินขึ้นไปเนินเขา  แล้ววนกลับลงมา  ที่นี่มีนกหลายชนิดส่งเสียงร้องและบินไปมาอยู่ทั่วสวน  อาทิ  นกฟลามิงโก้  นกเขียวคราม  นกกางเขนดง  นกแต้วแล้ว  นกขมิ้น  ไก่ฟ้า  เป็ดก่า  และอื่นๆ  นอกจากนี้ทุกวันยังมีการจัดกิจกรรมชมสัตว์ในเวลากลางคืน  (Night Safari)  แก่บุคคลทั่วไปอีกด้วย
ที่ตั้ง : บริเวณเชิงเขาเขียว  ห่างจากตัวเมืองศรีราชาเข้าไป 25 กิโลเมตร
การเดินทาง :
-รถยนต์ส่วนตัว  จากถนนสุขุมวิทบริเวณตลาดบางพระ  เดินทางไปตามป้ายบอกทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียว  ที่มีอยู่อย่างชัดเจนเป็นระยะๆ  ถนนจะลัดเลาะไปตามขอบอ่างเก็บน้ำบางพระ  ผ่านสนามกอล์ฟบางพระ  ขึ้นสะพานข้ามทางหลวงหมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-พัทยา)  จากนั้นตรงต่อไปอีก 7 กิโลเมตร  จนถึงปากทางเข้าสวนสัตว์ฯ  สามารถขับรถวนภายในสวนสัตว์  และจอดแวะชมตามจุดต่างๆได้โดยสะดวก 
-รถสองแถว  คิวอยู่ในถนนไปอ่างเก็บน้ำบางพระ  ตรงข้ามศาลเจ้า  จะรอให้คนเต็มหรือจะเหมาไปก็ได้
เวลาทำการ : 08.00-18.00 น.  ส่วนบริการ Night Safari มี 2 รอบ  คือเวลา 19.00 น. และ 20.00 น.
ค่าเข้าชม : ชาวไทย  ผู้ใหญ่ 100 บาท  เด็ก 50 บาท  ชาวต่างชาติ  300 บาท
ติดต่อ : โทร. 0-3829-82700-3829-8195  โทรสาร. 0-3829-8272  
เว็บไซต์  www.kkpenzoo.comwww.zoothailand.com

5. พัทยา เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ  และเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก  โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ  จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเริ่มจากทหารอเมริกันได้แวะขึ้นฝั่ง  แล้วเช่าบ้านพักตากอากาศที่พัทยาเป็นประจำทุกสัปดาห์  ต่อมาพัทยาจึงได้พัฒนาขึ้นจากหมู่บ้านชายทะเลอันเงียบสงบ  กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศระดับนานาชาติดังที่ปรากฏในปัจจุบัน
 หาดพัทยา  เป็นหาดทรายที่มีความยาวต่อเนื่องประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ  โดยแบ่งเป็นพัทยาเหนือ  พัทยากลาง  และพัทยาใต้  โดยที่หาดพัทยาใต้นั้นถือเป็นศูนย์รวมความเจริญและแสงสี  ยามค่ำคืนมีการปิดถนนเป็น Walking Street ให้นักท่องเที่ยวเดินช็อปปิ้งได้โดยสะดวก  ส่วนบริเวณชายหาดก็ร่มรื่น  แถวๆหาดพัทยาเหนือเป็นบริเวณที่สงบกว่าส่วนอื่น  นักท่องเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวนิยมไปเล่นน้ำพักผ่อน  หรือเล่นกีฬาทางน้ำต่างๆ  ส่วนชายหาดพัทยากลางไปถึงพัทยาใต้จะคึกคักคับคั่งกว่า  เพราะเป็นย่านธุกิจ  ร้านค้า  โรงแรม  ห้างสรรพสินค้า  ร้านขายของที่ระลึก  และแหล่งบันเทิงครบวงจร
ที่ตั้ง : อยู่ห่างจากอำเภอเมืองชลบุรีประมาณ 50 กิโลเมตร  และห่างจากกรุงเทพฯ 140 กิโลเมตร  ช่วงระหว่างอำเภอบางละมุงและอำเภอสัตหีบ
การเดินทาง : -รถยนต์ส่วนตัว  จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสุขุมวิทเข้าสู่เมืองพัทยา  มี 3 เส้นทางหลัก  ได้แก่  สุขุมวิท-พัทยาเหนือ (หลัก กม. 144) สุขุมวิท-พัทยากลาง (หลัก กม. 145-156) และสุขุมวิท-พัทยาใต้ (หลัก กม. 147)  ทั้งสามสายจะไปพบกันที่ถนนเลียบหาดพัทยา  โดยถนนที่ใช้ท่องเที่ยวย่านเมืองพัทยา  คือ  ถนนนาเกลือ  ผ่านหาดวงอำมาตย์  ปราสาทสัจธรรม  ถนนเลียบชายหาด  เป็นวันเวย์ผ่านพัทยาเหนือ  พัทยากลาง  และพัทยาใต้  ถนนพัทยาสาย 2  จะผ่านแหล่งบันเทิง  ที่กิน  ที่พักมากมาย  ถนนเขาพระบาท  เป็นทางไปเที่ยวชมวิวบนเขาพระบาทและต่อไปยังหาดจอมเทียนได้  หรือจากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (Motorway) สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา  เริ่มต้นจากด่านพระราม 9 ไปออกที่อำเภอบางละมุง  แล้วตรงสู่พัทยา  ระยะทาง 124 กิโลเมตร

-รถโดยสารประจำทาง  จากกรุงเทพฯ ขึ้นได้ที่สถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย)  และสถานีขนส่งหมอชิตใหม่  มีรถออกตลอดวัน 
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2391-2504, 0-231-9829  หรือติดต่อบริษัทรุ่งเรืองโค้ช  จำกัด โทร. 0-2271-2962

-รถไฟ  มีสายกรุงเทพฯ-พัทยา-พลูตาหลวง  ออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง  วันละ 1 เที่ยว  เวลา 06.55 น. ถึงสถานีพัทยาเวลา 10.45 น. (รวมเวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 40 นาที)  สถานีรถไฟพัทยาอยู่นอกเมืองพัทยาเยื้องกับทางเข้าถนนพัทยานอก  โทร. 1690, 0-2223-70100-2223-7020

ติดต่อ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ภาคกลาง  เขต 3 โทร. 0-3842-76670-3842-8750 
เว็บไซต์  www.tat.or.thwww.pattaya.comwww.welcometopattaya.com

สถานที่ปฏิบัติธรรมจังหวัดสระบุรี



สำนักปฏิบัติแสงธรรมส่องชีวิต 
หมู่ 1 สี่แยกหินกอง บนเขาเทพพนมยงค์ 
ต.โคกแย้ อ.หนองแค จ.สระบุรี 18230 
โทรศัพท์ 036-379-428, 036-305-239 
พระครูปลัดสุวัฒนเมตตาคุณ (พระอาจารย์สมชาติ ธมฺมโชโต) ประธานสงฆ์ 
เมื่อปี พ.ศ. 2542 สำนักปฏิบัติแสงธรรมส่องชีวิต ได้รับแต่งตั้งจากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็น ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติประจำจังหวัดสระบุรี และเป็นสำนักฯ ที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามแนวนโยบายของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

แนวปฏิบัติ เน้นให้ผู้ฝึกมีสติรู้ในอิริยาบท ภาวนา “พุทโธ” 
สำนักปฏิบัติแสงธรรมส่องชีวิต ตั้งอยู่บนเขาเทพพนมยงค์ เส้นทางไปนครนายก ห่างจากสี่แยกหินกองประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวขวาก่อนถึงปั๊มน้ำมัน ปตท. ทั้งนี้ จะมีรถบัสรับ-ส่งสาธุชนที่จะมาปฏิบัติธรรม ณ สำนักปฏิบัติแสงธรรมส่องชีวิต ทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 06.30 น. โดยรถบัสจะจอดรับในจุดดังต่อไปนี้
(1) อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้าร้านเซเว่น อีเลฟเวน ฝั่งรพ.พระมงกุฎฯ ตรงข้าม รพ.ราชวิถี
(2) หน้า ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน ด้านถนนพหลโยธิน
(3) ป้ายรถเมล์ตรงข้ามห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
(4) เฉพาะทุกวันอาทิตย์ เพิ่มรถรับ-ส่ง อีก 2 ที่ คือ
-- ตึกเหลือง วัดมหาธาตุ ตรงข้ามสนามหลวง
-- ป้ายรถเมล์หน้าห้างคาร์ฟูร์ บางใหญ่
เที่ยวกลับ.....รถออกจากสำนักฯ เวลา 15.50 น.
ทางสำนักฯ ได้จัดปฏิบัติธรรมบวชเนกขัมมะ (ศีล 8) สัมมาปฏิบัติ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และในวันสำคัญๆ ทางพระพุทธศาสนาและของชาติ อาทิเช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันสงกรานต์ วันปีใหม่ ฯลฯ โดยจัดอบรมและปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
สภาพแวดล้อมและสถานที่ภายในสำนักฯ มีความสัปปายะ ปลอดภัย สะอาด สงบเย็น สงบเงียบ ร่มรื่น เป็นระเบียบเรียบร้อย ศาลาที่พักแยกเป็นสำหรับอุบาสก-อุบาสิกาต่างหากจากกัน ห้องน้ำสะอาด ปัจจุบันนี้ วันธรรมดาจะมีสาธุชนไปบวชปฏิบัติธรรม ในแต่ละวันประมาณ 100 กว่าคน (สำหรับคนทำงาน เราสามารถจะไปบวชวันเสาร์ แล้วลาบวช-กลับบ้านวันอาทิตย์ ทำแบบนี้ก็ได้)

ข้อวัตรที่ต้องปฏิบัติประจำวัน 
วันจันทร์ - วันศุกร์
-- เวลา 03.30 - 05.30 น. ทำวัตรเช้า และปฏิบัติธรรม
-- เวลา 08.30 น. ช่วยกันทำความสะอาดศาลา ห้องน้ำ อาสนะ เสื่อ หมอน และผ้าห่ม ฯลฯ
-- เวลา 13.00 - 15.00 น. ปฏิบัติธรรม
-- เวลา 18.00 - 21.00 น. ทำวัตรเย็น และปฏิบัติธรรม

วันเสาร์ - วันอาทิตย์ และวันสำคัญต่างๆ ที่จัดปฏิบัติธรรม
-- เวลา 03.30 - 06.00 น. ทำวัตรเช้า และปฏิบัติธรรม
-- เวลา 09.00 - 11.00 น. ปฏิบัติธรรม
-- เวลา 13.00 - 15.30 น. ปฏิบัติธรรม
-- เวลา 18.00 - 21.00 น. ทำวัตรเย็น และปฏิบัติธรรม

ต้องขึ้นศาลาทำวัตรเช้า-เย็น และขึ้นปฏิบัติธรรมตามเวลาที่กำหนด
หากมีเหตุจำเป็นสุดวิสัย ไม่สามารถปฏิบัติได้ ขอให้แจ้งเจ้าเหน้าที่ทราบทุกครั้ง
*** ควรขึ้นศาลาก่อนถึงเวลาปฏิบัติธรรม ***



ระเบียบปฏิบัติสำหรับผู้ต้องการมาปฏิบัติธรรมถือบวชเนกขัมมะ
1. ผู้ที่มีความประสงค์จะอยู่ปฏิบัติธรรม ถือบวชเนกขัมมะ ให้แจ้งความประสงค์ที่จะขอบวช
ได้ที่เจ้าหน้าที่ของสำนักฯ ณ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 2 ศาลาบุญ และลงทะเบียนในแบบฟอร์มที่กำหนดให้
โดยต้องมีหลักฐานคือ บัตรประชาชนหรือบัตรข้าราชการหรือสำเนาทะเบียนบ้าน
2. อนุญาตให้อยู่ปฏิบัติธรรมได้ครั้งละไม่เกิน 9 วัน หากมีความประสงค์จะอยู่ต่อต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ของสำนักฯ
ให้ทราบล่วงหน้าก่อนครบกำหนด 1 วัน และจะพิจารณาอนุญาตให้อยู่ต่อเป็นรายๆ ไป ตามความเหมาะสม
3. ต้องเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่วิกลจริต มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงช่วยเหลือตัวเองได้
ไม่มีโรคประจำตัว ไม่เป็นโรคร้ายแรงหรือโรคติดต่อที่สังคมรังเกียจ
4. ต้องไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษทุกชนิด เช่น หมากพลู ยานัตถุ์ บุหรี่ สุรา ยาบ้า หรือยาเสพติดอื่นๆ
5. ห้ามนำเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด (เช่น กระติกน้ำร้อน วิทยุ เทป) มาใช้ในศาลา
ยกเว้น วิทยุซาวอเบาท์ และควรฟังเฉพาะรายการธรรม ห้ามฟังข่าวและเพลง
6. ห้ามนำของมีค่า และเครื่องรางของขลังทุกชนิดมาประดับตกแต่งร่างกาย
7. ต้องแต่งกายให้สะอาด สุภาพ เรียบร้อย ด้วยผ้าสีขาว

เพศหญิง
• นุ่งผ้าถุง หรือกระโปรงสีขาว ความยาวไม่น้อยกว่าครึ่งน่อง
• สวมเสื้อแขนยาว หรือครึ่งข้อศอก คอไม่กว้างเกินไป ถ้าผ้าบางควรสวมเสื้อซับในด้วย
• รวบผม หวีผม ให้ดูเรียบร้อย ไม่ควรปล่อยผมรุงรัง
• ไม่ควรนุ่งกางเกง ระหว่างขึ้นปฏิบัติธรรมบนศาลา

เพศชาย
• สวมกางเกงขายาวและเสื้อสีขาว ไม่ควรใช้ผ้าบางเกินไป
กฎระเบียบ ข้อห้าม และข้อปฏิบัติขณะอยู่ปฏิบัติธรรม
1. ห้ามนำอาหาร และเครื่องดื่มทุกชนิด (ยกเว้น น้ำเปล่า) เข้าไปรับประทานในศาลาบุญโดยเด็ดขาด ให้รับประทานที่โรงทาน หรือในที่ที่สำนักฯ จัดไว้ให้ ควรสำรวมกาย วาจาและมีสติในขณะตักอาหารและรับประทานอาหาร ควรนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มให้เรียบร้อย ไม่คุยกันในระหว่างรับประทานอาหาร
2. ควรสำรวมกาย วาจาและมีสติ ในขณะตักอาหารและรับประทานอาหาร
ควรนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มให้เรียบร้อย ไม่คุยกันในระหว่างรับประทานอาหาร
3. ห้ามนำหนังสือพิมพ์ หรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ธรรมะมาอ่านในสำนักฯ โดยเด็ดขาด
4. ห้ามสูบบุหรี่ ดื่มสุรา กินหมาก เสพยาบ้า ยานัตถุ์ และสิ่งเสพติดทุกชนิด
5. ห้ามพูดคุยกันและสนทนาเสียงดังในระหว่างปฏิบัติธรรม ห้ามนำถุงพลาสติก (ถุงก็อบแก็บ) ขึ้นบนศาลา และห้ามทำเสียงดังอื่นใด ที่อาจเป็นการรบกวนสมาธิผู้อื่นในขณะปฏิบัติธรรม
6. ห้ามนำของมาขาย บอกบุญเรี่ยไร ห้ามเป็นหมอดู หมอนวด
หมอเวทย์มนต์ เล่นไสยศาสตร์ ทรงเจ้าเข้าผี โดยเด็ดขาด
7. ห้ามซักเสื้อผ้าในห้องน้ำ ควรแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนออกจากห้องน้ำ ห้ามนุ่งกระโจมอก
หรือห่มผ้าสไบผืนเดียว หรือใส่เสื้อชั้นในตัวเดียวเดินในที่พัก บริเวณรอบที่พัก หรือบริเวณหน้าห้องน้ำ
8. ควรช่วยกันประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ห้ามเปิดน้ำ-เปิดไฟทิ้งไว้ ให้ปิดไฟใต้ศาลาเวลา 22.00 น.
และเปิดไฟเวลา 03.15 น. ห้ามตั้งนาฬิกาปลุกก่อนเวลา 03.15 น. และหลังเวลา 22.00 น.
ควรรักษาความสงบ ห้ามพูดคุยและทำเสียงดังรบกวนผู้อื่น
9. ห้ามปัสสาวะหรืออุจจาระ และห้ามนำกระโถนมาปัสสาวะหรืออุจจาระในศาลาหรือบริเวณรอบๆ ศาลาโดยเด็ดขาด
10. ในระหว่างถือบวชเนกขัมมะ ห้ามออกนอกบริเวณสำนักฯ หรืออกไปนั่งคุยคลุกคลีที่ร้านค้า โดยไม่มีเหตุจำเป็น
11. เมื่อครบกำหนดการถือบวชเนกขัมมะแล้ว ต้องเก็บของใช้ส่วนตัวกลับให้หมด ห้ามทิ้งไว้ให้เป็นภาระผู้อื่น
12. ต้องเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ของสำนักฯ หากได้รับคำเตือน หากผู้ใดฝ่าฝืนกฎ ระเบียบ
และเห็นว่าเป็นเรื่องเสื่อมเสียต่อหมู่คณะ จะไม่อนุญาตให้อยู่ต่อโดดเด็ดขาด และต้องออกจากสำนักฯ โดยทันที
ปัจจุบันสำนักปฏิบัติแสงธรรมส่องชีวิต มีทั้งหมด 3 แห่งดังนี้ 
1. สำนักปฏิบัติแสงธรรมส่องชีวิต
หมู่ 1 สี่แยกหินกอง ต.โคกแย้ อ.หนองแค จ.สระบุรี 18230
โทรศัพท์ 036-379-428, 036-305-239 

2. วัดป่าสว่างวีระวงศ์ (แสงธรรมส่องชีวิต)
บ้านสะพานโดม ต.แก่งโดม กิ่ง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี 34190
เจ้าหน้าที่ : แม่ชีแวว โทรศัพท์ 08-1600-0848
3. สำนักปฏิบัติแสงธรรมส่องชีวิต (สาขาปากช่อง)
หมู่ 8 บ้านหนองตาแก้ว ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 30130
เจ้าหน้าที่ : แม่ชีนลินรัตน์ โทรศัพท์ 08-9777-1625